หมดยุคการออกแบบเพื่อตอบสนองผู้ใช้งาน เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

คำแนะนำของกูเกิลในการสร้างวิดีโอโฆษณาโรงแรม

หากพูดถึงเรื่องที่น่าจะเป็นปัญหาที่สุดในการนำเสนอเง็บไซต์ คงเป็นเรื่องของการจัดการหน้าเว็บให้แสดงผลในอุปกรณ์เคลื่อนที่ อย่างโทรศัพท์มือถือ – คุณอาจออกแบบมันผิดได้ นี่คงถึงเวลาที่หน้าเว็บสำหรับโทรศัพท์มือถือ จะต้องมีรูปแบบเป็นของตัวเอง ไม่ใช่เพียงแค่การจัดขนาดให้เล็กลง การออกแบบเพื่อตอบสนองผู้ใช้งาน ก็เป็นความคิดที่ดี แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ ที่อาจจะไม่พบบนเดสก์ทอป

 

การได้รับอิทธิพลจากการออกแบบเชิงปรับตัว (Adaptive Design) และการเพิ่มขึ้นของเว็บแอปแบบก้าวหน้า

          การเข้าชมเว็บไซต์ผ่านมือถือ ได้ก้าวข้ามมาอยู่ในจุดที่มีผู้ใช้งานกว่า 52 เปอร์เซ็นต์ของการเข้าชมเว็บทั้งหมด จากการเข้าชมผ่านสมาร์ทโฟนและเดสก์ท็อป ไปจนถึงการนับผู้เข้าชม ผู้คนที่เข้าชมเว็บไซต์และบริการ ไม่ได้ความคาดหวังเพียงแค่ การเข้าชมนั้นจะมีฟังก์ชันการทำงานเหมือนกันกับการเข้าชมผ่านเดสก์ท็อป แต่เว็บไซต์เหล่านี้จะใช้ฟังก์ชันการทำงานที่มีอยู่แล้ว อุปกรณ์ของพวกเขา โดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติม

          ในปัจจุบันนี้ บิรษัทอีคอมเมิร์ซ ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล จะคำนึงถึงการทำงานของเว็บไซต์ บนโทรศัพท์มือถือเป็นอันดับแรก ด้วยออกแบบเว็บไซต์ที่สามารถตอบสนองได้ (responsive web design - RWD) เมื่อเวลาเริ่มผ่านไป อุปกรณ์เหล่านี้เริ่มมีฟังก์ชันใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น และต้องการคุณสมบัติพิเศษจากเว็บไซต์เพิ่มเติม (เช่น จอสัมผัส, การจดจำเสียง, การแจ้งเตือนแบบ Push) การออกแบบที่ตอบสนองความต้องการที่มีขนาดเดียว ไม่มีความเหมาะสมอีกต่อไป จึงถูกแทนที่ด้วยวิธีใหม่ 2 แนวทาง ในการนำเพิ่มประสบการณ์ใช้งานเว็บไซต์บนโทรศัพท์มือถือ ที่ทำงานได้เร็วขึ้น และให้ประสบการณ์ที่ดีขึ้นแก่ลูกค้า: การออกแบบเชิงปรับตัวและก้าวหน้า (adaptive and progressive design) แม้ว่าการออกแบบเชิงปรับตัว จะมีโค้ดคำสั่งมากขึ้น แต่ก็ทำให้เกิดฟีเจอร์การทำงานสำคัญๆ ที่ดีไม่แพ้บนเดสก์ท็อป ราวกับเป็นการย่อขนาดของการทำงานลงให้พอเหมาะกับอุปกรณ์ขนาดเล็กนั่นเอง

 

4 แนวทางในการออกแบบเว็บไซต์ ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

 

1. ธีมบนโทรศัพท์มือถือ

          นี่คือสิ่งจำเป็นต่อเว็บไซต์บนโทรศัพท์มือถือ เพราะมันง่ายต่อการเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ ที่มีอยู่บนเดสก์ทอป ให้ใช้งานบนโทรศัพท์ได้ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ก็จะต้องทำการอัพเดตทั้งบนโทรศัพท์มือถือและเดสก์ทอป ยิ่งไปกว่านั้น Google จะมีการพิจารณาแหล่งของข้อมูลทั้งสองให้แตกต่างกันออกไป เพราะเนื้อหาและโค้ดคำสั่งของธีมบนโทรศัพท์มือถือ ค่อนข้างแตกต่างไปจากบนเดสก์ทอป

 

2. เว็บไซต์แบบตอบสนองผู้ใช้งาน (Responsive web design - RWD)

          เว็บไซต์แบบตอบสนองผู้ใช้งาน ถูกสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า หมายความว่าหน้าเว็บจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามขนาดหน้าจอของอุปกรณ์ที่ลูกค้าใช้เปิดหน้าเว็บ

          ข้อดีของเว็บไซต์แบบตอบสนอง จะมีความง่ายในการดูแลรักษา อีกทั้งยังมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีในอุปกรณ์ต่างๆ ในทางตรงข้าม จะมีบางเส้นทางที่ดูไม่ค่อยดีนัก ยกตัวอย่างเช่น หากเน้นพัฒนาสำหรับโทรศัพท์มือถือ การใช้งานบนเดสก์ทอปก็อาจจะดูไม่ค่อยดี หรือไม่ถูกต้องมากนัก แต่ถ้าเน้นพัฒนาบนเดสก์ทอป ก็อาจจะมีบางฟีเจอร์ที่ดูเกินเลยในโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้ มันก็ยังเป็นสิ่งที่เหมาะสม ในการสร้างเว็บไซต์เพื่อตอบสนองความต้องการผู้ใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ และเดสก์ทอปได้ดีพอสมควร

 

3. การออกแบบเว็บเชิงปรับตัว (Adaptive web design - AWD)

          หากเว็บไซต์ไม่ตอบสนองตามที่คุณต้องการ ก็ถือว่ามันไม่เหมาะต่อการใช้งาน และถ้าหากมันไม่สามารถปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง (เช่น หน้าจอของอุปกรณ์) มันก็จะถือว่าไม่สามารถปรับตัวได้ และนี่คือ 2 สิ่งสำคัญ ที่มีผลต่อประสบการณ์ในการเข้าชมเว็บไซต์

          ข้อดีของการออกแบบเว็บเชิงปรับตัวนี้ คือการมอบประสบการณ์เฉพาะให้กับอุปกรณ์ประเภทหนึ่งๆ และปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์ให้ดีขึ้น ทั้งนี้ ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีข้อเสียนะ แม้ว่าจะมีการจัดการกับโค้ดคำสั่งที่แยกกันต่างหากแล้ว แต่เท่าว่าจะต้องมีการใช้ระยะเวลาในการพัฒนาปละปรับปรุง แม้ว่ามันจะมีการใช้เนื้อหาภายในเว็บไซต์จากแหล่งเดียวกัน แต่มันก็ดีกว่าเว็บไซต์บนมือถือแบบแยกต่างหาก ขณะนี้ประสบการณ์การใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ สำหรับทั้งผู้ใช้ปลายทางและองค์กรที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์นั้น กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

 

4. เว็บแอปแบบก้าวหน้า (Progressive web apps - PWA)

          PWA เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ที่เข้ามายังเว็บไซต์ และเว็บไซต์มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าของแอปดังเดิม คงไม่มีร้านค้าใดที่ไม่ต้องการให้มีผู้เข้าใช้งานเยอะๆ เมื่อพวกเขาเข้าถึงที่หน้าร้าน ผู้ใช้งานจะได้รับประสบการณ์เหมือนการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ มีการใช้ฟีเจอร์ของมือถือและเบราว์เซอร์ เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ในการใช้งาน และทำงานได้รวดเร็วกว่ารูปแบบอื่นๆ ในรูปแบบ PWA อาจพบความล่าช้าของระบบ เนื่องจากต้องมีการจัดการโค้ดคำสั่งแยกต่างหาก ซึ่งใช้เวลาในการพัฒนาและอัพเดตพอสมควร แต่เนื่องด้วย PWA จะมีการใช้แหล่งของข้อมูลเพียงแหล่งเดียว จึงทำให้มันทำงานได้รวดเร็วกว่าการอัพเดตธีมของหน้าเว็บ

 

เหตุใดจึงถึงเวลาที่จะย้ายออกจากการออกแบบเพื่อตอบสนองผู้ใช้งาน

          ในขณะที่การออกแบบเพื่อตอบสนองผู้ใช้งาน กลายเป็นมาตรฐานของเว็บไซต์ในปัจจุบันไปโดยปริยาย มันก็มีข้อเสียมากกว่าข้อดี เว็บไซต์ที่มีการออกแบบเพื่อตอบสนองต่อผู้ใช้งาน จะทำการส่งหน้าเว็บทั้งหมดไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งาน โดยที่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนใดๆ เพื่อมอบประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ นี่เรียกว่า ฝั่งลูกค้า (ฝั่งเบราว์เซอร์) ซึ่งทำให้โทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งาน จะต้องเป็นการจัดการกับเว็บไซต์ทั้งหมดเอง สำหรับการออกเชิงปรับตัว (Adaptive Design) จะมีลักษณะเป็นฝั่งเซิร์ฟเวอร์ โดยเว็บไซต์จะตัดสินใจว่า จะส่งเนื้อหาใดบ้างไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งาน เพื่อให้เว็บไซต์สามารถแสดงผลได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

          ด้วยความเสี่ยงจากความซ้ำซ้อนของขนาดหน้าเว็บเพียงขนาดเดียว ไม่สามารถเข้ากับอุปกรณ์ได้ การเลือกออกแบบเพื่อโทรศัพท์มือถือ หรือเดสก์ทอปอาจพิจารณาเป็นลำดับถัดมา อีกทั้งลูกค้ายังมีความนิยมเลือกซื้อสินค้า ผ่านอุปกรณ์ทั้งสอง หากผู้ค้าไม่สามารถมอบประสบการณ์ในการซื้อที่ดีผ่านอุปกรณ์หนึ่งๆ ได้แล้ว เขาอาจเสียความสนใจของลูกค้าไปได้

 

เหตุใดการออกแบบเว็บไซต์เชิงปรับตัวและก้าวหน้า จึงมีความเหมาะสมที่สุดในตอนนี้

          เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเทคโนโลยีในช่วงหลังๆ เริ่มรองรับการออกแบบเชิงปรับตัวและก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีข้อได้เปรียบในการพัฒนาส่วนหน้าร้าน และช่วยให้การบำรุงรักษาเป็นไปได้อย่างง่ายดาย การพัฒนาหน้าร้านที่ดีจะช่วยมันทำงานได้เร็วขึ้น โครงสร้างของ URL เชิงเดียว จะช่วยในการปรับปรุงการค้นหาผ่านเสิร์ชเอนจิ้น (SEO) ของเว็บไซต์ และแพลฟอร์มที่มีหน้าตัวอย่าง มุมมองจากโทรศัพท์มือถือ จะเป็นอีกข้อดีหนึ่ง ที่ใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ในการออกแบบเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่

          ขณะนี้สิ่งที่จะช่วยให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน คือการที่เว็บไซต์มีการพัฒนาหน้าเว็บแอปแบบก้าวหน้า ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามร้านค้าและแบรนด์ ที่ต้องการให้มีการแสดงบนหน้าร้านขายของออนไลน์ มันใช้ในการเก็บข้อมูลเว็บเบราว์เซอร์ของผู้ใช้ เช่น ที่อยู่ในการจัดส่ง และรายละเอียดของบัตรเครดิต ซึ่งช่วยให้สามารถทำการชำระเงินได้อย่างสะดวกขึ้น โดยไม่ต้องทำการโหลดไปยังหน้าเว็บแยก การใช้ PWA จะช่วยให้ผู้ค้าสามารถสร้างประสกบารณ์ที่ดี ในการพัฒนาหน้าเว็บให้เหมือนการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน มาติดตั้งลงบนโทรศัพท์มือถือ

          ด้วยเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีต่างๆ ได้พัฒนามากขึ้น ร้านค้าออนไลน์อาจกำลังพิจารณาถึงการออกแบบเว็บไซต์เชิงปรับตัวและก้าวหน้า ซึ่งอาจช่วยให้ธุรกิจดำเนินการได้ดีขึ้น หากฟีเจอร์ที่สำคัญของเว็บไซต์คุณ มีความจำเป็นที่จะต้องมีอยู่ในทุกอุปกรณ์, ประสบการณ์ในการเข้าชมเว็บไซต์ ก็มีความสำคัญ และผู้ใช้น่าจะมีการสลับใช้งานอุปกรณ์ในการเข้าชมเว็บไซต์อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นการออกแบบเว็บไซต์ดังกล่าว ก็มีค่าที่คุณจะเริ่มต้นใช้งาน

 

 

 

แหล่งที่มา : https://medium.com/@justin_hart/responsive-design-is-dead-755ebfa6d894

https://www.websitemagazine.com/blog/why-responsive-design-is-dead?utm_source=newsletter&utm_medium=email&utm_campaign=newsletter

02 026 3796, 095 558 2632

รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ รับจัดทำเว็บไซต์ รับทำเว็บ SEO

ปรึกษาทีมงาน ฟรี​

กดส่งฟอร์มถึงทีมงาน​

Name/ชื่อ:​

This field is required.

Name/ชื่อ:​

This field is required.

Name/ชื่อ:​

This field is required.

Name/ชื่อ:​

This field is required.

ปรึกษาทีมงานฟรี

กดส่งฟอร์มถึงทีมงาน

ชื่อ - นามสกุล​

This field is required.

ขอบคุณค่ะ

แบบฟอร์มได้ส่งถึงทีมงาน GeniusGraphic เรียบร้อยแล้วค่ะ

 

 

เบอร์โทรศัพท์

This field is required.

อีเมล์ติดต่อกลับ

This field is required.

รายละเอียดธุรกิจของคุณ

This field is required.