จริงหรือไม่ที่เค้าว่า Designer คนกลุ่มนี้มักจะคุยกันไม่รู้เรื่อง (หรือไม่จริง?)​

02 026 3796, 085 914 2954

รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ รับจัดทำเว็บไซต์ รับทำเว็บ SEO

ปรึกษาทีมงาน ฟรี​

กดส่งฟอร์มถึงทีมงาน​

Name/ชื่อ:​

This field is required.

Name/ชื่อ:​

This field is required.

Name/ชื่อ:​

This field is required.

Name/ชื่อ:​

This field is required.

ปรึกษาทีมงานฟรี

กดส่งฟอร์มถึงทีมงาน

ชื่อ - นามสกุล​

This field is required.

ขอบคุณค่ะ

แบบฟอร์มได้ส่งถึงทีมงาน GeniusGraphic เรียบร้อยแล้วค่ะ

 

 

เบอร์โทรศัพท์

This field is required.

อีเมล์ติดต่อกลับ

This field is required.

รายละเอียดธุรกิจของคุณ

This field is required.

ในบางครั้ง เจ้าของธุรกิจอาจปวดหัวเล็กน้อยเมื่อต้อง ทำงานกับทีมงานที่เป็น Designer  อาจเป็นเพราะว่า ทางฝั่ง Designer  ก็เข้าไม่ถึงวิธีคิดของคนเป็นเจ้าของธุรกิจ ส่วนทางฝั่งเจ้าของธุรกิจอาจจะคิดว่า “เข้าไม่ถึง” อารมณ์ศิลปิน ของ Designer วันนี้เรามีบทความ ที่จะทำให้ทั้งเจ้าของธุรกิจ และ ทีมงาน Designer เข้าใจกันมากขึ้นและทำงานกันอย่างมีประสิทธิมากที่สุด

 

พูดตั้งแต่เนิ่นๆ ตกลงกันก่อน

ลองจินตนาการว่า งานออกแบบ เหมือนกับแผ่นป้ายไวนิล ที่ปริ้นออกมาแล้ว การสั่งแก้ไขหลังจากที่งานเสร็จแล้ว เปรียบเสมือน ป้ายไวนิลที่เกิดข้อผิดพลาด จนกลายเป็น ป้ายตัดปะ หน้าที่ของคุณในฐานะเจ้าของธุรกิจหรือลูกค้า คือการให้ฟีดแบล๊คหรือความคิดเห็นที่มีต่อผลงานของดีไซเนอร์อย่างสม่ำเสมอ และคิดด้วยว่าพวกเขาต้องการ “เวลา” สำหรับแก้ไขงานตามที่คุณต้องการอีกด้วย  อย่ารอให้ถึงนาทีสุดท้าย ก่อนที่งานมันจะออกทะเลไปไกลจนกู่ไม่กลับ แล้วก็ต้องแก้กันเหมือนแทบจะทำขึ้นมาใหม่ ถ้าคุณไม่บอกว่าต้องการจะแก้ไขอะไร พวกเขาก็คงไม่มีทางรู้อยู่แล้ว

 

คอมเมนต์แบบเจาะจง สร้างสรรค์

ดีไซเนอร์แทบทุกคนต้องเคยได้ยินคอมเมนต์แบบนี้แน่ๆ “ทำไมมันดูแปลกจัง ทำให้มันไม่แปลกแบบนี้ได้มั้ย” หรือ “ทำให้มันสวยกว่านี้ได้มั้ย” สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจเลยคือคำว่า "สวย" ของคุณกับของ Designer มันไม่เหมือนกัน การที่คุณอยากได้ งานที่สวยมากขึ้น ก็ควรจะเพิ่มคำอธิบายให้ละเอียดชัดเจน เพราะแค่คำว่า “สวย” อย่างเดียว คนเป็นดีไซเนอร์ก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาให้คุณได้อย่างไร

การคอมเม้นท์ควรมีรายละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น ฟอนต์ สี เลย์เอาท์ หรือถ้ามีตัวอย่างประกอบการอธิบาย จะชัดเจนมากที่สุดว่า คุณและDesigner เข้าใจตรงกัน แทนที่จะพูดว่าว่า "มันดูแปลกไป" คุณควรจะพูดว่า “เลย์เอาท์มันดูซับซ้อนไป เราจะทำให้มันดูง่ายกว่านี้ได้มั้ย” เช่นเดียวกันกับสิ่งที่คุณชอบในงานชิ้นนั้น ถ้ามีองค์ประกอบไหนที่คุณรู้สึกว่ามันดีมาก และมันควรจะมีมากกว่านี้ ก็ต้องบอกให้ดีไซเนอร์รู้เหมือนกัน

 

พูดถึงสิ่งที่อยากปรับปรุง อย่างสร้างสรรค์

จริงๆ แล้วคนที่ทำงานด้าน ออกแบบนั้น จะคุ้นเคยกับคำวิจารณ์อยู่แล้ว แต่การตั้งคำถามแบบแย่ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่คุณไม่ชอบในงานออกแบบหรือการแสดงความเห็นแบบไม่ให้เกียรติผู้ออกแบบโดยไม่จำเป็นก็อาจจะทำให้ดีไซเนอร์รู้สึกไม่พอใจได้

 

การให้เกียรติและอิสระในการตัดสินใจถือเป็นธรรมเนียมที่ควรจะปฏิบัติกับคนในทุกสาขาอาชีพ ไม่จำกัดเฉพาะดีไซเนอร์ เมื่อคุณต้องการแสดงความเห็นเกี่ยวกับโปรเจคต์ พยายามโฟกัสไปที่ความคิดของคุณและสิ่งที่คุณอยากจะให้มันเป็น มากกว่าที่จะไปตัดสินว่างานชิ้นนั้นมันดีหรือไม่ดี ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอยากจะให้ดีไซเนอร์เปลี่ยนฟอนท์ที่ใช้ ก็ไม่ควรจะพูดว่า “ฟอนท์นี้มันน่าเกลียด” แต่ควรจะพูดว่า “อยากให้คุณลองใช้ฟอนท์ที่ต่างจากอันนี้ดู” ซึ่งเป็นการพูดถึงทิศทางที่คุณอยากจะให้มันเป็น

 

ฟังความคิดเห็นของ ดีไซเนอร์บ้าง

บางทีคุณอาจเริ่มจากการเปิดโอกาสให้กับนักออกแบบได้เสนอไอเดียของเขาเองว่าทำไมเขาจึงตัดสินใจออกแบบมาในลักษณะนั้น เพราะมันจะทำให้คุณเห็นว่าดีไซเนอร์ของคุณคิดอย่างไร และมีข้อจำกัดในการทำงานอย่างไรบ้าง

 

ให้อิสระกับนักออกแบบบ้าง

บางครั้งเมื่อคุณออกความคิดเห็นหรือข้อจำกัดมากเกินไป งานที่จะออกมาจะเหมือนกับงานที่ทำด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ดูขาดความเป็นมนุษย์ และความรู้สึก ดังนั้นต้องยืดหยุ่นบ้าง อะไรที่จำเป็นต้องมีก็ยึดเอาไว้ ส่วนอะไรที่พอจะยืดหยุ่นได้ก็ต้องปล่อยให้ดีไซเนอร์แสดงฝีมือและความสร้างสรรค์ออกมาบ้าง

 

ทีมงานGeniusหวังว่า เราจะสื่อสารกันได้เข้าใจมากขึ้น​