บทความแบบ Genius Genius​

Genius Graphic เรารวบรวมปัญหา แนวทางการแก้ไขปัญหา และความรู้ที่หาที่ไหนไม่ได้ เกี่ยวกับเว็บไซต์ และการตลาดออนไลน์ แบบ Update วันต่อวัน

ปรึกษาทีมงาน Genius ผ่าน Line@

Add Friends @Geniusweb

การสร้างชื่อเสียงให้แข็งแกร่งการใช้กระบวนการคิดเชิงเทิดทูน (Halo Effect) ในการเชื่อมโยงฐานการขับเคลื่อนผ่านชุมชนและการตรวจสอบความถูกต้องถือเป็นส่วนสำคัญต่อทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์สินค้า   การลดความเสี่ยงลดความไม่แน่นอนของปริมาณลูกค้า และผู้มุ่งหวังให้มีการเติมเข้ามาในระบบอย่างต่อเนื่อง และรักษาไม่ให้เค้าออกจากระบบไป ด้วยการมีตัวช่วยที่ทรงพลัง การสร้างลูกค้าการชี้แจงผลประโยชน์ธุรกิจ การฝังความประทับใจล่วงหน้าในฐานลูกค้านั้นให้ผลเชิงบวก และถือเป็นองค์ประกอบหลัก การเสริมกำลังคนการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรไปพร้อมกับการสร้างความภักดีและความภาคภูมิใจ เป็นการช่วยในด้านการจัดหาและการรักษาความสามารถเอาไว้  เน้นการสื่อสารที่ทรงพลังการสร้างรากฐานของการสื่อสารทั้งการพูดและการเขียนนำมาซึ่งความชัดเจนในการสื่อสาร และการตอบสนองที่น่าพอใจ ทิ้งความประทับใจไว้กับทั้งผู้มุ่งหวังเข้ามาทำธุรกิจ และ End User ความมีประสิทธิภาพด้านข้อมูลทำให้การเสนอสินค้าและการบริการมีความชัดเจน สดใหม่ ทันสมัย และเพิ่มให้ลูกค้ามีส่วนร่วมมากขึ้น การอำนวยความสะดวกการควบรวมและการเข้าซื้อกิจการชื่อเสียงและตำแหน่งขององค์กร สร้างแรงดึงดูด และกระตุ้นให้ผู้มุ่งหวัง สัมผัส และเกิดแรงบันดาลใจในการเข้าร่วมทันที มูลค่าด้านราคาตลาดเพิ่มขึ้นความสัมพันธ์ระหว่างการลงทุนในตัวสินค้าเป้าหมาย และอัตราการเติบโตของธุรกิจ ขับเคลื่อนการดำเนินการด้านการเงินการสนับสนุนเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ทางการเงินของการจัดการแบรนด์สินค้าเชิงกลยุทธ์ เป้าหมายที่ดีกว่าของแบรนด์สินค้าเหตุผลการกำหนดให้มีแบรนด์สินค้าเพื่อขยายให้ได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เหนือกว่า และช่วยกำหนดความหมายซึ่งสำคัญต่อทุกคนที่ตอบสนองแบรนด์สินค้าของเรา ​

ต้องบอกเลยว่าดีใจที่คุณถามเรื่องนี้! โดยใช้คำว่า “อะไร” เป็นจุดเริ่มคำถาม เว็บไซต์ Call to action (เช่น ลิงค์รูปภาพ วิดเจ็ต แบบฟอร์มหรือฟอร์มป๊อบอัพบนเพจ) มีเป้าหมายเฉพาะเพื่อกระตุ้น(หรือร้องขอ) ให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์กระทำการเฉพาะอย่างตามที่คุณต้องการให้ทำบนเว็บไซต์นั้นๆ โดยทั่วไปความหมายของมันมีดังนี้: 1.  ยื้อผู้เข้าชมให้อยู่บนเว็บไซต์2.  ส่งพวกเขาไปยังหน้า funnel หลัก3.  เพื่อให้ได้ที่อยู่อีเมลพวกเขาสำหรับใช้ทำการตลาดในอนาคต “ทำไม” ต้องเว็บไซต์ Call to actionการกระตุ้นให้เกิดการกระทำของผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Call to Action) เป็นรูปแบบ funnel การตลาดดิจิตอลที่จำเป็นอย่างยิ่งในการส่งผู้เข้าชมเข้าไปยังหน้า funnel ให้ได้ และเพื่อส่งพวกเขาจากหน้าที่ “ไม่รู้จัก” ไปยังหน้าที่ “รู้จัก” เพื่อจะทำให้ได้ที่อยู่อีเมลนั่นเอง จากภาพด้านล่างแสดง Digital Marketing Funnel ตรงส่วน “lead capture”นั้นเป็นพื้นที่สำหรับ call to action ซึ่งคุณต้องใช้ส่วนดังกล่าวเข้าให้ถึงลูกค้าที่มีศักยภาพตรงกัน แล้วมันจะส่งลูกค้าไปยังหน้าเว็บไซต์ของคุณ ดังนั้นส่วน Lead capture คือพื้นที่สำหรับปล่อยให้ CTA ทำงานให้กับคุณ! เพจ funnel เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งเพื่อใช้ในการเข้าถึงให้ตรงกลุ่มลูกค้า จากนั้นทำปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า และส่งพวกเขาไปยังหน้าเว็บไซต์แท้จริงของคุณ แล้วคุณจะเล็งเห็นความสำคัญว่าเว็บไซต์ Call to Action ทำงานของมันเพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้กระทำการบางอย่างตามที่กล่าวไว้ ​

ชื่อโดเมนเป็นidentification stringภายในอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นที่อยู่ที่อ้างถึงอัตลักษณ์ออนไลน์ของคุณ และเป็นที่โฆษณาธุรกิจทางออนไลน์ของคุณด้วย หากไม่มีชื่อโดเมนที่ชี้ยังเว็ปไซต์ของคุณแล้ว ผู้คนก็จะไม่สามารถเข้าถึงธุรกิจทางออนไลน์ของคุณได้นั่นเอง ทั้งนี้การสูญเสียชื่อโดเมนก็จะส่งผลต่อความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงป้าย การโฆษณา นามบัตร รูปแบบใบอินวอยล์ รูปแบบใบเสร็จต่าง ๆ อันส่งผลให้มี่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในเรื่องของการแก้ไขและจัดทำอาร์ทเวิร์คและโมฆษณาขึ้นมาใหม่​ วันสิ้นอายุของชื่อโดเมน หากคุณไม่จดจำหรือบันทึกไว้ ก็จะทำให้คุณสูญเสียความเป็นเจ้าของชื่อโดเมนนั้นไปได้ รวมถึงเสียความเชื่อและความน่าเชื่อถือในธุรกิจของคุณได้ รวมทั้งสูญเวลาที่ทุ่มเทสร้างเว็ปไซต์ขึ้น ตลอดจนการลงทุนซึ่งรับประกันอันดับสูงๆ ของชื่อโดเมนในเครื่องมือค้นหาหรือ search engines แผนผังด้านล่างนี้แสดงงวงจรอายุการใช้งานของโดเมนสำหรับ .com  เคล็ดลับเหล่านี้ช่วยให้คุณแน่ใจถึงกำหนดเวลาในการต่ออายุโดเมนของคุณ และยังเลี่ยงการสูญเสียชื่อโดเมนอันเนื่องจากการไม่ต่ออายุโดเมนให้ตรงเวลาได้อีกด้วย นี่เป็นตัวย้ำเตือนที่ดีเพื่อให้สามารถหลีกเลี่ยงการสูญเสียชื่อโดเมนของท่านเพราะการละเลยนั่นเอง 1.จดทะเบียนอย่างน่าเชื่อถือ: เมื่อคุณจดทะเบียนชื่อโดเมนของคุณหรือมีชื่อโดเมนที่ได้จดทะเบียนแล้วในนามของคุณ ดังนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่คุณจะต้องมีข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ที่เป็นผลใช้ได้ปรากฏในฐานข้อมูลNiRA WHOIS ข้อมูลที่มีนั้นจะได้รับการนำไปใช้ประโยชน์ เมื่อมีการส่งตัวแจ้งเตือนออกไป เมื่อชื่อโดเมนใกล้จะหมดอายุ ให้มั่นใจว่าชื่อโดเมนมีความถูกต้อง รวมไปถึงที่อยู่อีเมล  ตำแหน่งที่ตั้ง หมายเลขโทรศัพท์ ฯลฯ ตรวจสอบข้ามสิ่งต่างๆ ที่ได้จัดป้อนเข้าและให้มั่นใจถึงความถูกต้องของข้อมูลเหล่านั้น 2. ให้ข้อมูลติดต่อของคุณเป็นปัจจุบันและสามารถติดต่อได้เสมอ: โปรดจำไว้ว่าให้รักษาข้องมูลการติดต่อของคุณให้เป็นปัจจุบันกับนายทะเบียนและการจดทะเบียน/การต่ออายุ โดยจะมีการส่งการแจ้งเตือนวันหมดอายุไปยังที่อยู่อีเมลที่ให้ไว้ หากที่อยู่อีเมลผิดหรือไม่ได้ใช้งานแล้ว การจดทะเบียนโดเมนของคุณอาจถูกระงับโดยที่คุณไม่ได้รับการแจ้งเตือนดังกล่าว โปรดเช็คที่อยู่อีเมลที่ใช้กับชื่อโดเมนของท่านผ่านลิ้งนี้ 3. การเป็นผู้ขอจดทะเบียนชื่อโดเมนนั้น คุณควรควบคุมอีเมลการติดต่อ ซึ่งไม่เพียงจากผู้พัฒนา หน่วยงานการตลาด หรือนิติบุคคลอื่นๆ  บางครั้งเมื่อมีการทำการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเว็ปไซต์หรือองค์กรของคุณ การอัพเดทการจดทะเบียนโดเมนจะถูกลบไป ผู้ขอจดทะเบียนชื่อโดเมนควรมีการควบคุมชื่อโดเมนเสมอ 4. อย่าใช้ @domainname สำหรับที่อีเมล เพราะหากการจดทะเบียนหมดอายุ จะพลาดการแจ้งเตือนให้ต่ออายุใหม่ 5. เช็คโดเมนของคุณบน “WHOIS” ( http://whois.net ) เสมอ 6. ศึกษาและทำความเข้าใจวงจรอายุใช้งานของชื่อชื่อโดเมน กรุณาคลิกเข้าไปที่ลิ้งวงจรอายุการใช้งานของโดเมน ชื่อโดเมนของคุณ คืออัตลักษณ์ของคุณ หรืออัตลักษณ์ทางธุรกิจของคุณนั่นเอง ซึ่งจะอยู่ในความดูแลของผู้ให้บริการในฐานะอัตลักษณ์/ทรัพย์สินที่สำคัญ    

จริงหรือไม่ที่เค้าว่า Designer คนกลุ่มนี้มักจะคุยกันไม่รู้เรื่อง (หรือไม่จริง?)ในบางครั้ง เจ้าของธุรกิจอาจปวดหัวเล็กน้อยเมื่อต้อง ทำงานกับทีมงานที่เป็น Designer  อาจเป็นเพราะว่า ทางฝั่ง Designer  ก็เข้าไม่ถึงวิธีคิดของคนเป็นเจ้าของธุรกิจ ส่วนทางฝั่งเจ้าของธุรกิจอาจจะคิดว่า “เข้าไม่ถึง” อารมณ์ศิลปิน ของ Designer วันนี้เรามีบทความ ที่จะทำให้ทั้งเจ้าของธุรกิจ และ ทีมงาน Designer เข้าใจกันมากขึ้นและทำงานกันอย่างมีประสิทธิมากที่สุด พูดตั้งแต่เนิ่นๆ ตกลงกันก่อนลองจินตนาการว่า งานออกแบบ เหมือนกับแผ่นป้ายไวนิล ที่ปริ้นออกมาแล้ว การสั่งแก้ไขหลังจากที่งานเสร็จแล้ว เปรียบเสมือน ป้ายไวนิลที่เกิดข้อผิดพลาด จนกลายเป็น ป้ายตัดปะ หน้าที่ของคุณในฐานะเจ้าของธุรกิจหรือลูกค้า คือการให้ฟีดแบล๊คหรือความคิดเห็นที่มีต่อผลงานของดีไซเนอร์อย่างสม่ำเสมอ และคิดด้วยว่าพวกเขาต้องการ “เวลา” สำหรับแก้ไขงานตามที่คุณต้องการอีกด้วย  อย่ารอให้ถึงนาทีสุดท้าย ก่อนที่งานมันจะออกทะเลไปไกลจนกู่ไม่กลับ แล้วก็ต้องแก้กันเหมือนแทบจะทำขึ้นมาใหม่ ถ้าคุณไม่บอกว่าต้องการจะแก้ไขอะไร พวกเขาก็คงไม่มีทางรู้อยู่แล้ว คอมเมนต์แบบเจาะจง สร้างสรรค์ดีไซเนอร์แทบทุกคนต้องเคยได้ยินคอมเมนต์แบบนี้แน่ๆ “ทำไมมันดูแปลกจัง ทำให้มันไม่แปลกแบบนี้ได้มั้ย” หรือ “ทำให้มันสวยกว่านี้ได้มั้ย”สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจเลยคือคำว่า "สวย" ของคุณกับของ Designer มันไม่เหมือนกัน การที่คุณอยากได้ งานที่สวยมากขึ้น ก็ควรจะเพิ่มคำอธิบายให้ละเอียดชัดเจน เพราะแค่คำว่า “สวย” อย่างเดียว คนเป็นดีไซเนอร์ก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาให้คุณได้อย่างไรการคอมเม้นท์ควรมีรายละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น ฟอนต์ สี เลย์เอาท์ หรือถ้ามีตัวอย่างประกอบการอธิบาย จะชัดเจนมากที่สุดว่า คุณและDesigner เข้าใจตรงกันแทนที่จะพูดว่าว่า "มันดูแปลกไป" คุณควรจะพูดว่า “เลย์เอาท์มันดูซับซ้อนไป เราจะทำให้มันดูง่ายกว่านี้ได้มั้ย”เช่นเดียวกันกับสิ่งที่คุณชอบในงานชิ้นนั้น ถ้ามีองค์ประกอบไหนที่คุณรู้สึกว่ามันดีมาก และมันควรจะมีมากกว่านี้ ก็ต้องบอกให้ดีไซเนอร์รู้เหมือนกัน พูดถึงสิ่งที่อยากปรับปรุง อย่างสร้างสรรค์จริงๆ แล้วคนที่ทำงานด้าน ออกแบบนั้น จะคุ้นเคยกับคำวิจารณ์อยู่แล้ว แต่การตั้งคำถามแบบแย่ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่คุณไม่ชอบในงานออกแบบหรือการแสดงความเห็นแบบไม่ให้เกียรติผู้ออกแบบโดยไม่จำเป็นก็อาจจะทำให้ดีไซเนอร์รู้สึกไม่พอใจได้ การให้เกียรติและอิสระในการตัดสินใจถือเป็นธรรมเนียมที่ควรจะปฏิบัติกับคนในทุกสาขาอาชีพ ไม่จำกัดเฉพาะดีไซเนอร์ เมื่อคุณต้องการแสดงความเห็นเกี่ยวกับโปรเจคต์ พยายามโฟกัสไปที่ความคิดของคุณและสิ่งที่คุณอยากจะให้มันเป็น มากกว่าที่จะไปตัดสินว่างานชิ้นนั้นมันดีหรือไม่ดี ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอยากจะให้ดีไซเนอร์เปลี่ยนฟอนท์ที่ใช้ ก็ไม่ควรจะพูดว่า “ฟอนท์นี้มันน่าเกลียด” แต่ควรจะพูดว่า “อยากให้คุณลองใช้ฟอนท์ที่ต่างจากอันนี้ดู” ซึ่งเป็นการพูดถึงทิศทางที่คุณอยากจะให้มันเป็น ฟังความคิดเห็นของดีไซเนอร์บ้างบางทีคุณอาจเริ่มจากการเปิดโอกาสให้กับนักออกแบบได้เสนอไอเดียของเขาเองว่าทำไมเขาจึงตัดสินใจออกแบบมาในลักษณะนั้น เพราะมันจะทำให้คุณเห็นว่าดีไซเนอร์ของคุณคิดอย่างไร และมีข้อจำกัดในการทำงานอย่างไรบ้าง ให้อิสระกับนักออกแบบบ้างบางครั้งเมื่อคุณออกความคิดเห็นหรือข้อจำกัดมากเกินไป งานที่จะออกมาจะเหมือนกับงานที่ทำด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ดูขาดความเป็นมนุษย์ และความรู้สึก ดังนั้นต้องยืดหยุ่นบ้าง อะไรที่จำเป็นต้องมีก็ยึดเอาไว้ ส่วนอะไรที่พอจะยืดหยุ่นได้ก็ต้องปล่อยให้ดีไซเนอร์แสดงฝีมือและความสร้างสรรค์ออกมาบ้าง ทีมงานGeniusหวังว่า เราจะสื่อสารกันได้เข้าใจมากขึ้น​

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน วันนี้ทีมงาน Genius มีบทความดีๆเรื่องราวเกี่ยวกับ IT Support และความเข้าใจผิดๆ ของท่านผู้บริหารบริษัท  ในบางครั้งเรื่องของวงการ IT จะเป็นเรื่องที่ Common Senseและพูดคุยกันในกลุ่มของตนเองจนเป็นเรื่องปกติธรรมดาแต่สำหรับผู้บริหาร หรือ คนนอกวงการที่ไม่ได้ให้ความสนใจทางด้าน IT อาจดูยากและไกลตัวไปหน่อย ทำให้เกิดการสื่อสารที่ไม่เข้าใจ จนบางครั้ง พนักงานIT Support ตัวน้อยๆ อาจเป็นตัวร้ายในสายตาผู้บริหาร ก็เป็นได้เนื่องจากไม่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ วันนี้ผมจะยกตัวอย่างสักหนึ่งเรื่อง เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเว็บไซต์ ปัญหาที่พบได้บ่อย สำหรับวงการไอที ในวงการแพทย์ถ้าเราป่วย โรคทั่วๆไป อย่างเช่น ปวดท้อง ท้องเสีย เป็นหวัด อาจคิดว่าหมอคนไหนก็สามารถรักษาได้ แต่ถ้าเราป่วยเป็นโรคเฉพาะทางล่ะ เช่น โรคตา โรคกระดูก โรคหัวใจ ก็จะต้องไปหาหมอเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคนั้นๆ ใช่ไหมล่ะครับ ในวงการไอทีก็เหมือนกัน ถ้าเป็นเรื่องปัญหาไอทีทั่วๆไปอย่างเช่น เครื่องพิมพ์ไม่ทำงาน อินเทอร์เน็ตต่อไม่ติด คอมพิวเตอร์ติดไวรัส ฯลฯ คนไอทีทั่วๆไป ก็ย่อมแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ลงลึกไปในแต่ละด้าน อย่างเช่นการเขียนโปรแกรมบนเว็บ (Web Programming) การวิเคราะห์และออกแบบระบบการทำงาน (System Analysis & Design) การติดตั้งระบบเน็ตเวิร์คที่ซับซ้อน (Complex Networking System) การติดตั้งระบบอีเมล์แบบที่ใช้ในธุรกิจ (Business E-Mail) ฯลฯ ย่อมต้องใช้คนไอทีที่เชี่ยวชาญในเรื่องต่างๆดังกล่าวเป็นการเฉพาะ ในบริษัทใหญ่ๆที่มีจำนวนพนักงานหลักพัน หรือหลักหมื่นคนขึ้นไป การจะจ้างพนักงานไอทีหลายๆคนที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เข้ามาทำงาน ย่อมมีความเหมาะสมและเป็นไปได้ แต่ปัญหาที่พบได้บ่อยในบริษัทขนาดเล็ก ถึงขนาดกลางโดยทั่วไป การจะจ้างพนักงานไอทีจำนวนมากย่อมเป็นไปไม่ได้ ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีพนักงานไอทีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แน่นอนว่าผู้บริหารเอง ก็มักจะคาดหวังให้พนักงานไอทีดังกล่าว สามารถดูแลระบบไอทีที่มีอยู่ได้ทั้งหมด และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วย ถ้าเป็นผู้บริหารที่พอจะเข้าใจถึงปัญหาดังกล่าว ก็อาจนึกถึงการ Outsource โดยจ้างบริษัทข้างนอกเข้ามาพัฒนาระบบให้เป็นเรื่องๆไป อย่างเช่น การพัฒนาเว็บไซต์ ปัจจุบัน การทำเว็บไซต์นั้นมีความก้าวหน้าไปมาก ไม่ว่าจะเป็น ระบบหลังบ้านที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานง่าย เว็บไซต์ที่รองรับทุกขนาดหน้าจอโทรศัพท์ เว็บไซต์ที่รองรับ SEOปัจจุบัน บริษัท Outsource ที่รับดูแลเว็บไซต์แบบครบวงจร อย่างเช่น บริษัท GeniusGraphic นั้นมีมากมายหลายบริษัท แต่จะมีบริษัทที่เข้าใจ และแก้ปัญหาเรื่องเว็บไซต์ให้ท่าน แบบ All in One นั้นคงจะมีแค่เรา GeniusGraphic เท่านั้นที่เข้าใจและแก้ปัญหาให้ท่านได้ตรงจุด ส่วนพนักงานไอทีอย่างเรานั้นต้องรู้จักเป็นที่ปรึกษาให้ผู้บริหารในการเลือกใช้บริการคลาวด์จากภายนอกที่เหมาะสม ให้กับองค์กร และทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการทำงาน และแนวทางการแก้ไขปัญหา ให้ท่านทราบบ้าง คงไม่มีผู้บริหารคนไหนที่ไม่อยากเห็นบริษัทตัวเองเติบโต และเกิดปัญหาในองค์กร หรอกครับ ในเมืองไทย บริษัท Outsourceด้านเว็บไซต์นี้ เพิ่งจะเริ่มต้นครับ แต่เชื่อว่าในปีต่อๆไป เมื่อคนไทยเริ่มมีความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวเริ่มมีมากขึ้น เราก็จะเริ่มเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และอาจเติบโตแบบก้าวกระโดดเหมือนกับที่เกิดขึ้นในที่อื่นๆทั่วโลกมาแล้ว​

...
...

ปรึกษาทีมงาน ฟรี

กดส่งฟอร์มถึงทีมงาน

Name/ชื่อ:

This field is required.

ขอบคุณค่ะ

แบบฟอร์มได้ส่งถึงทีมงาน GeniusGraphic เรียบร้อยแล้วค่ะ

 

 

Contact Phone/โทรศัพท์:

This field is required.

Email/อีเมล์:

This field is required.

Your Business Description/รายละเอียดธุรกิจของคุณ:

This field is required.

กดส่งฟอร์มถึงทีมงาน

ชื่อ - นามสกุล

This field is required.

ขอบคุณค่ะ

แบบฟอร์มได้ส่งถึงทีมงาน GeniusGraphic เรียบร้อยแล้วค่ะ

 

 

 

เบอร์โทรศัพท์

This field is required.

อีเมล์ติดต่อกลับ

This field is required.

รายละเอียดธุรกิจของคุณ

This field is required.

02 531 0682

Enter your text here

Enter your text here